ข้อมูลบริษัท

บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) (“บีทีเวลธ์”) ถือหุ้นเกือบทั้งหมดในบริษัท เบสท์เทค แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (“เบสท์เทค”) ผู้ให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็กในต่างประเทศรายใหญ่สัญชาติไทย

เบสท์เทค ให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก สำหรับงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมหนักต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ก๊าซและปิโตรเลียม และพลังงาน ทั้งในและต่างประเทศ

การแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็กของเบสท์เทค แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ งานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) และงานแปรรูปชิ้นงานเหล็ก (Parts Fabrication) โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการ (EPC Contractor) และเจ้าของโครงการ (Project Owner)

นอกจากธุรกิจหลักแล้ว บีทีเวลธ์ยังลงทุนในบริษัทลูกอีก 3 บริษัทคือ 1) บริษัท บีที แอนด์ อาวล์ โซลาร์ 1 จำกัด (“บีทีอาวล์”) , 2) บริษัท เบสท์เทคอินดัสตรีส์ จำกัด (“บีทีไอ”) และ 3) บริษัท โกลบอล คลีน เอ็นเนอร์จี จำกัด (“โกลบอลคลีน”)

วิสัยทัศน์

รักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก (Steel Fabrication) โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการโครงการร่วมกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งมอบงานที่มีคุณภาพในระดับสากลได้ตรงตามเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ บริษัทยังแสวงหาโอกาสการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่เสริมสร้างให้มีรายได้ที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง

พันธกิจ

พัฒนาคุณภาพของการให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก (Steel Fabrication) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

แสวงหาการลงทุนในโครงการที่มีผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหมาะสมและมีความต่อเนื่องของรายได้ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ/หรือ พลังงานหมุนเวียนอื่น

ประวัติความเป็นมา

การดำเนินงานในรอบ 31 ปีที่ผ่านมา

2530

เบสท์เทค จดทะเบียนตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 2.00 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจการค้า วัสดุ อุปกรณ์ และระบบท่อ สาหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมก๊าซและปิโตรเลียม โรงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมหนักอื่นๆ

อ่านต่อ
 

2538

โรงงานฉะเชิงเทรา

เปิดโรงงานแห่งแรกที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้บริการผลิตระบบท่อต่างๆ ในโรงไฟฟ้า


2545

ท่อโครงการบำบัดน้ำเสียชางงี (Changi Water Reclamation)

เบสท์เทค ได้รับการว่าจ้างจากผู้รับเหมาหลักของโครงการ (EPC Contractors) จำนวน 8 ราย เพื่อให้บริการแปรรูปชิ้นงานเหล็ก (Parts Fabrication) สำหรับโครงการบำบัดน้ำเสียชางงี (Changi Water Reclamation) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งประกอบด้วย งานถังบรรจุสารหล่อเย็น (Coolant Tank) ถังพักลม (Air Receiver Pressure Vessel) โครงสร้างปากกรวย (Hopper) และโครงสร้างทางเดิน เป็นต้น โดยมีมูลค่างานรวม 23.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์


2551

โรงงานสัตหีบทั้ง 6 Yards ในพื้นที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ

เปิดโรงงานใหม่ในพื้นที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับการขยายธุรกิจงานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization)

อุปกรณ์แยกอากาศออกจากไอน้ำ โครงการ Golar Winter Renovation of FSRU

เครื่องกำเนิดไอน้า (Boiler Module)โครงการ Peregrino FPSO

เบสท์เทค ได้รับการว่าจ้างจาก Aalborg Industries เพื่อให้บริการงานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) ในโครงการ Golar Winter Renovation of FSRU ซึ่งเป็นเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ (Floating Storage and Regasification Unit) และโครงการ Peregrino FPSO ซึ่งเป็นเรือผลิตและกักเก็บปิโตรเลียมขนาดใหญ่ (Floating Production Storage and Offloading) สำหรับโครงการขุดเจาะก๊าซและปิโตรเลียมขนาดใหญ่ในประเทศบราซิล โดยมีมูลค่างานรวม 4.8 ล้านยูโร


2552

ถังแยกทองคำออกจากสินแร่ โครงการ Lihir Gold Mine -MOPU

ได้รับงานจาก Robt Stone เพื่อให้บริการงานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) ในโครงการ Lihir Gold Mine - Million Ounce Plant Upgrade ซึ่งเป็นโครงการเหมืองแร่ทองคำขนาดใหญ่ ณ ประเทศปาปัวนิวกินี โดยมีมูลค่างาน 8.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย


2554

เบสท์เทค ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน 2 ฉบับ สำหรับโรงงานฉะเชิงเทรา และโรงงานสัตหีบ โดยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี ในกิจการผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์ และชิ้นส่วน และกิจการผลิตโครงสร้างโลหะสำหรับงานก่อสร้างหรืองานอุตสาหกรรม หรือการซ่อม Platform

สายพานลำเลียงแร่ (Conveyer) โครงการ Solomon Iron Ores

เครื่องลำเลียงแร่ไปยังรถไฟเพื่อขนส่ง (Train Load Out) โครงการ Solomon Iron Ores

เบสท์เทค ได้รับการว่าจ้างจากผู้รับเหมาหลักของโครงการ (EPC Contractor) จำนวน 4 ราย ซึ่งได้แก่ RCR Resource, Laing O’Rourke Australia Construction, Terra Nova Technologies และ Cimeco เพื่อให้บริการงานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) ของ Fortescue Metals Group (FMG) ทั้งนี้ เบสท์เทคได้รับความไว้วางใจในการให้บริการงานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) ได้แก่ ระบบการผลิตแร่ (Ore Processing Facility) เครื่องบดแร่ (Crushing Hub) สายพานลำเลียงแร่ (Conveyer) และเครื่องลำเลียงแร่ไปยังรถไฟเพื่อขนส่ง (Train Load Out) ในโครงการ Solomon Iron Ore ซึ่งเป็นโครงการเหมืองเหล็กขนาดใหญ่ ณ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีมูลค่างานรวม 218.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


2555

บีทีเวลธ์จัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 5.00 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจให้เช่าเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตงานแปรรูปโลหะต่างๆ


2557

กระบวนการผลิตแร่เหล็ก (Iron Ore Processing Plant)โครงการ Roy Hills

เบสท์เทค ได้รับการว่าจ้างจาก Samsung C&T Corporation เพื่อให้บริการงานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) ในโครงการ Roy Hills ซึ่งเป็นโครงการเหมืองแร่เหล็กขนาดใหญ่ ณ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีมูลค่างาน 105.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บีทีเวลธ์เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทเป็น 300.00 ล้านบาท และเข้าซื้อหุ้นเบสท์เทค ในสัดส่วนร้อยละ 99.50 จากผู้ถือหุ้นเดิม


2558

บีทีเวลธ์เข้าถือหุ้นในบีทีอาวล์ ในสัดส่วนร้อยละ 90 เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และ/หรือพลังงานหมุนเวียนอื่นในอนาคต

บีทีไอได้จัดตั้งขึ้นโดยบีทีเวลธ์ถือหุ้นทั้งหมด เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตของธุรกิจให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก (Steel Fabrication)

บีทีเวลธ์แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทจาก 300.00 ล้านบาท เป็น 378.00 ล้านบาทเพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก

บีทีเวลธ์เข้าถือหุ้นใน โกลบอลคลีนทั้งหมด เพื่อรองรับการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และ/หรือพลังงานหมุนเวียนอื่นในอนาคต


2559

บีทีเวลธ์เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้เป็นหุ้นละ 0.50 บาท และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 156.00 ล้านหุ้นเพื่อเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

บีทีเวลธ์ ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจไปสู่งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าแบบครบวงจร (Power Plant EPC Contractor)

บีทีไอ ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนสำหรับโรงงานฉะเชิงเทราและโรงงานสัตหีบ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตโครงสร้างโลหะสำหรับงานก่อสร้างหรืองานอุตสาหกรรม


2560

เบสท์เทค ได้รับใบรับรองมาตรฐาน JIS-H Grade จาก Japan Steel-Fabrication Appraisal Organization (JSAO) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างเหล็กสำหรับอาคารขนาดใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น

ทีมงานของเรา